การดูแลหลังถอนฟัน + ผ่าฟันคุด

คู่มือดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ เพื่อลดเลือดออก ลดบวม ลดปวด และช่วยให้แผลหายไวขึ้น

  • วิธีห้ามเลือดที่ถูกต้อง
  • ลดบวม 48 ชั่วโมงแรก
  • อาหารที่ควรกิน–เลี่ยง
  • อาการปกติ vs อาการที่ควรพบแพทย์

ติดต่อคลินิก / นัดติดตามผล
ดูคำถามที่พบบ่อย

กรณีเร่งด่วน ควรติดต่อทันที

เลือดไหลไม่หยุดหลัง “กัดผ้าก๊อซ 1 ชั่วโมง”
บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังวันที่ 3
ไข้สูง หนาวสั่น กลิ่นปากรุนแรง/หนอง
ปวดร้าวมากผิดปกติ (สงสัย dry socket)

สรุปสั้น ๆ (Checklist 10 ข้อ)

  1. กัดผ้าก๊อซแน่น ๆ ต่อเนื่อง 30–60 นาที (อย่าคายออกถี่)
  2. ห้ามบ้วนปากแรง / ห้ามดูดหลอด / ห้ามถุย ใน 24 ชั่วโมงแรก
  3. ประคบเย็นที่แก้ม 15 นาทีพัก 15 นาที ใน 24–48 ชั่วโมงแรก
  4. นอนหนุนหมอนสูง ลดเลือดซึม
  5. รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ
  6. อาหารอ่อน–นิ่ม อุณหภูมิไม่ร้อนจัด
  7. งดบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 72 ชั่วโมง (ยิ่งนานยิ่งดี)
  8. แปรงฟันได้ แต่หลีกเลี่ยงแปรงโดนแผลโดยตรง
  9. เริ่มบ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลืออุ่นได้หลัง 24 ชั่วโมง
  10. ถ้ามีเย็บแผล ให้มาตามนัดเพื่อตัดไหม/ตรวจซ้ำ

0–24 ชั่วโมงแรก ต้องทำอะไร

1) ห้ามเลือด

  • กัดผ้าก๊อซแน่น ๆ 30–60 นาที แล้วค่อยเอาออก
  • ถ้ายังมีเลือดซึม ให้เปลี่ยนผ้าก๊อซใหม่และกัดต่ออีก 30 นาที
  • น้ำลายมีสีชมพูจาง ๆ ถือว่า “พบได้” แต่ไม่ควรแดงสดไหลต่อเนื่อง

2) ลดบวม

  • ประคบเย็นบริเวณแก้มด้านที่ทำหัตถการ: 15 นาทีพัก 15 นาที
  • ทำต่อเนื่องใน 24–48 ชั่วโมงแรก จะช่วยลดบวมได้ดีที่สุด

3) สิ่งที่ “ห้าม” ใน 24 ชั่วโมงแรก

  • ห้ามบ้วนปากแรง / ถุยแรง / ดูดหลอด (เสี่ยงลิ่มเลือดหลุด)
  • ห้ามออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก
  • ห้ามกินของร้อนจัด เผ็ดจัด หรือกรอบแข็ง

วันที่ 2–7 ดูแลอย่างไรให้แผลหายไว

การบ้วนปาก

  • หลังครบ 24 ชั่วโมง เริ่มบ้วนปาก “เบา ๆ” ด้วยน้ำเกลืออุ่นได้ (วันละ 3–5 ครั้ง)
  • บ้วนหลังอาหารช่วยลดเศษอาหารค้าง ลดการอักเสบ

การแปรงฟัน

  • แปรงฟันได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการถูแรงบริเวณแผล
  • ถ้ากังวล ให้ใช้แปรงขนนุ่ม และค่อย ๆ ทำความสะอาดรอบ ๆ แผล

การประคบ

  • หลัง 48 ชั่วโมง หากยังตึง/บวม สามารถเปลี่ยนเป็น ประคบอุ่น เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

การผ่าฟันคุด (เพิ่มเติม)

  • อ้าปากได้น้อย/ตึงกรามใน 2–5 วันแรก พบได้
  • เคี้ยวด้านตรงข้าม และหลีกเลี่ยงอาหารแข็งจนกว่าอาการตึงจะดีขึ้น
  • ถ้ามีการเย็บแผล ให้มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินและตัดไหม (ถ้ามี)

อาหารที่แนะนำ

  • โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่น ๆ (ไม่ร้อนจัด)
  • ไข่ตุ๋น เต้าหู้ โยเกิร์ต
  • มันบด กล้วย อะโวคาโด
  • ดื่มน้ำมากพอ (แต่ งดหลอด ใน 24 ชม.แรก)

อาหารที่ควรเลี่ยง

  • ของร้อนจัด เผ็ดจัด
  • ของแข็ง กรอบ เหนียว (เช่น ถั่ว แคบหมู หมึกย่าง)
  • อาหารที่มีเมล็ดเล็ก ๆ ติดซอกง่าย (เช่น งา)
  • แอลกอฮอล์อย่างน้อย 72 ชั่วโมง

อาการปกติที่พบบ่อย

  • ปวด/ตึง ช่วง 1–3 วันแรก
  • บวม มากสุดช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น
  • เลือดซึม เล็กน้อยในวันแรก (น้ำลายอมชมพูได้)
  • อ้าปากได้น้อย หลังผ่าฟันคุด (2–5 วันแรก)
  • มีคราบขาว/เหลืองอ่อนบริเวณแผล อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานแผล

สัญญาณอันตราย ควรติดต่อคลินิกทันที

  • เลือดแดงสดไหลต่อเนื่อง ไม่หยุดแม้กัดผ้าก๊อซครบ 60 นาที
  • ปวดร้าวมากขึ้นหลังวันที่ 3 ร่วมกับกลิ่นปาก/รสขม (สงสัย dry socket)
  • บวมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือบวมมากผิดปกติหลังวันที่ 3
  • มีไข้สูง หนาวสั่น หรือมีหนอง
  • กลืนลำบาก หายใจลำบาก (ให้พบแพทย์ฉุกเฉินทันที)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หลังถอนฟัน/ผ่าฟันคุด กี่วันถึงหาย?

อาการปวดบวมมักดีขึ้นใน 3–7 วัน ส่วนการสมานแผลในเหงือกจะค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์
(ระยะเวลาจริงขึ้นกับความยากของเคส การผ่าฟันคุด และการดูแลหลังทำ)

แปรงฟันได้ไหม?

แปรงได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการถูแรงบริเวณแผลโดยตรง และใช้แปรงขนนุ่ม

บ้วนปากได้เมื่อไหร่?

แนะนำเริ่มบ้วนปากเบา ๆ หลังครบ 24 ชั่วโมง โดยใช้น้ำเกลืออุ่น วันละ 3–5 ครั้ง โดยเฉพาะหลังอาหาร

ทำไมต้องงดดูดหลอด?

การดูดหลอดทำให้เกิดแรงดูด อาจทำให้ลิ่มเลือดที่ปิดแผลหลุด เพิ่มโอกาสเลือดออกหรือเกิด dry socket

ผ่าฟันคุดแล้วอ้าปากได้น้อย เป็นปกติไหม?

พบได้ใน 2–5 วันแรกจากการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณกราม หากอาการแย่ลงมาก บวมรุนแรง หรือมีไข้ ให้ติดต่อคลินิก

มีอาการผิดปกติ หรืออยากให้คุณหมอตรวจแผล?

ทักแชท/โทรติดต่อคลินิกได้เลย ทีมงานจะช่วยคัดกรองอาการและนัดหมายตรวจติดตามผลให้เหมาะสม